วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

การอ่านงบการเงินเบื้องต้น 2

งบกำไรขาดทุน
งบกำไรขาดทุน คืองบการเงินที่บอกผลการดำเนินงานของบริษัทแต่ละงวด แสดงถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจต่างๆ งบกำไรขาดทุนบ่งบอกได้ถึงผลการดำเนินธุรกิจในรอบงบการเงินนั้น สิ่งที่ต้องพิจรณาได้แก่


1. ยอดขาย
ยอดขายเป็นส่วนที่บ่งบอกถึงความสามารถในการบริหาร การกระจายสินค้า การทำการตลาด การแข่งขันในอุตสาหกรรม ซึ่ง การพิจารณาคือการดูการเติบโตของยอดขาย รายไตรมาสและรายปีแบบเปรียบเทียบกัน ยอดขายยังมีส่วนสำคัญในการประมาณ ผลตอบแทนในอนาคตอีกด้วย ดังนั้นเราต้องสามารถคำนวนการเติบโตของยอดขายเทียบจากไตรมาสก่อนหรือปีที่แล้ว เป็น % ออกมา


2. ความสามารถการกำไร

กำไรเป็นตัวสะท้อน ผลตอบแทนจากการลงทุนทางธุรกิจ เป้าหมายในการตรวจสอบคือพิจารณาถึงการเติบโตของกำไร และเปรียบเทียบการเติบโตของกำไร กับยอดขายและต้นทุนการผลิต กำไรที่เพิ่มมากขึ้น อาจจะเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น,การลงทุนเพิ่มขึ้น หรือเกิดจากการลดต้นทุนการผลิต(อันนี้ดีมาก) กำไรที่มากขึ้นจะทบสะสมเป็นส่วนทุนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อสินทรัพย์ของบริษัทที่มากขึ้นด้วย
กำไรที่ควรจะให้ความสำคัญมากๆคือกำไรที่เกิดจากตัวธุรกิจ มากกว่ากำไรชั่วคราวที่เกิดจากการขายสินทรัพย์ เช่น อาคาร ที่ดิน เพราะบางไตรมาส กำไรสุทธิอาจจะเพิ่มขึ้นจากกำไรชั่วคราว ซึ่งการตัดสินใจลงทุนระยะยาวควรดูที่กำไรถาวรจากธุรกิจเป็นหลัก

2.1 อัตรากำไรสุทธิ
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin ,%) = กำไรสุทธิ*100 /ยอดขายสุทธิ 


อัตราส่วนนี้บ่งบอกถึงความสามารถในการทำกำไร ที่เกิดขึ้น บ่งบอกประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ


2.2 อัตรากำไรขั้นต้น
อัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin, %) = (กำไรขั้นต้น*100 )/ยอดขาย


อัตราส่วนนี้บ่งบอกกำไรเฉพาะจากการขายและบริการ บ่งบอกถึงการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ และการจัดการต้นทุน การทำการตลาดของผลิตภัณฑ์และความสามารถในการขายสินค้า




2.3 กำไรต่อหุ้น
กำไรต่อหุ้น (EPS) = กำไรสุทธิ / จำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้ว


อัตราส่วน EPS นี้มีความสำคัญมากในการบ่งบอก ถึงอัตรากำไรต่อหุ้น ที่เราลงทุน มีส่วนสำคัญในการใช้การตีมูลค่าหรือการคำนวณค่า P/E และอัตราส่วนการเงินอื่นๆ โดยถ้าบริษัทมีผลประกอบการเติบโตดีขึ้นค่า EPS ก็จะเพิ่มขึ้น


2.4 อัตราผลตอบแทนจากส่วนผู้ถือหุ้น 
อัตราผลตอบแทนจากส่วนผู้ถือหุ้น(ROE,%) = กำไรสุทธิ*100/ส่วนของผู้ถือหุ้น


อัตราส่วนนี้วัดความสามารถในการทำกำไร จากเงินทุนของผู้ถือหุ้นที่ลงไป ยิ่งสูงมากยิ่งดี แสดงว่าผู้ถือหุ้นจะมีโอกาสได้รับ ผลตอบแทนที่ดี โดยทั่วไปค่าจะประมาณ 10 -15% ควรเลือกที่มีค่า ROE เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 


2.5 อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม (ROA,%) = กำไรสุทธิ *100 /สินทรัพย์รวม 


อัตราส่วนบอกผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวมของบริษัท ยิ่งมากยิ่งดีเพราะสะท้อนถึงประสิทธิภาพการลงทุน ด้วยการใช้สินทรัพย์สร้างผลกำไร


3.ต้นทุน
ต้นทุนการดำเนินงาน ถือเป็นอีกส่วนคัญที่ควรพิจารณา เพราะการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลโดยตรงต่อกำไร บางครั้งยอดขายเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด แต่ผลกำไรกลับลดลงหรือคงที่ ส่วนใหญ่ผลจะมาจากต้นทุน ทั้งต้นทุนการผลิต และต้นทุนด้านการบริหารจัดการ


ต้นทุนยังสามารถใช้ในการทำนายการเติบโตของธุรกิจได้ เช่น การพิจารณาต้นทุนจากวัตถุดิบในอนาคต รวมถึงการพิจารณาการปรับขึ้นราคาสินค้า ถ้าราคาวัตถุดิบสูงและสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าตามได้ ย่อมทำให้ผลประกอบการไม่มีปัญหา สินค้าบางประเภทเมื่อวัตถุดิบขาดแคลนทำให้ยอดขายและผลกำไรเพิ่มขึ้นตามความต้องการสินค้าในตลาดเช่น ยางแผ่นรมควัน,น้ำมันพืช,แผ่นฟิล์ม เป็นต้น และในทางกลับกัน การเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่สูงอาจจะทำให้เกิดผลทางลบคือ กำไรลดลง ความต้องการสินค้าน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าทดแทน 


สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ ความสามารถการบริหารต้นทุนของบริษัท การติดตามดูต้นทุนจะทำให้เราทราบรายละเอียดในจุดนี้ เช่น การป้องกันความเสี่ยงของราคาวัตถุดิบล่วงหน้า, การป้องกันความเสี่ยงจากอัตตราแลกเปลี่ยน บางบริษัทขาดความรู้และการจัดการเรื่องนี้ที่ดีพอ ก็ส่งผลให้เกิดการขาดทุนหรือการลดลงของผลกำไรได้


นอกจากนี้การตรวจสอบงบการเงินอย่างต่อเนื่องหลายปี ต้นทุนการบริหาร ยังสะท้อนความสามารถของผู้บริหาร รวมถึงความเหมาะสมเชิงธรรมาพิบาล เพราะงบการเงิน มีการแจกแจงต้นทุนการบริหารจัดการ เช่น ค่าตอบแทนผู้บริหาร ค่างบประมาณการจัดการต่างๆ บริษัทที่ไม่ดีอาจจะมีการตั้งกรรมการบริหารในบริษัทแม่และบริษัทลูกที่ซ้ำซ่อน เพื่อรับผลประโยชน์สองด้าน มีการปกปิดหรือมีการตั้งบริษัทนายหน้านอกตลาดหลักทรัพย์เพื่อรับซื้อวัตถุดิบมาขายแก่บริษัทจดทะเบียน เพื่อกินค่านายหน้าหัวคิว เป็นต้น 


ดังนั้นการตรวจสอบต้นทุนจะทำให้เราทราบถึงสัญญาณบางอย่างทั้งด้านการบริหาร และด้านการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจลงทุน หรือตัดสินใจขายหุ้นได้




อ่านต่อตอนที่ 3 เรื่อง งบกระแสเงินสดครับ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ประกาศ

บทความในบล็อก cway-investment อนุญาตให้เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต creative common (CC) : ห้ามนำไปใช้ในเชิงการค้าก่อนได้รับอนุญาตินะครับ